Article 76 with Premier League 2552

ufabet
เว็บพนันบอลออนไลน์ name="allowFullScreen" value="true">

เว็บไซต์แท่งบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 20 มาแล้วครับ web-site แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอด24ชั่วโมง ไม่เป็นอันตราย และ ตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ตามหลักสากล 8 user เล่นได้ทุกๆอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เวปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 33% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำเงินให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่รวมทั้งนิยมที่สุดในไทย ทำรายการฝาก ภายในเวลา 7 นาที รองรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ android และ ios เปิดมานานกว่า 4 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ Slots,Casino,Slot Machines,Bingo,Poker หวยมั่นคงได้เงินจริง

เครื่องจักรสีแดงแรงดีไม่มีตก

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีต่อเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่าด้วยครับ
เพราะว่าเมื่อศึกอภิพญามหายุทธ์ที่ แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของพรรคพวกลิเวอร์พูลผู้ถือตัว นั่นหมายความว่าพวกเขาทิ้งห่างทีมที่ต่อสู้แย่งแชมป์กับตัวเองโดยตรงอย่าง แมนฯ ซิตี้ เป็น 9 แต้ม ภายหลังที่ผ่านไป 12 นัดในพรีเมียร์ลีก

สำหรับผมมันจบแล้วขอรับ

ขอย้ำอีกทีว่า...มันจบแล้วครับ

แม้นว่าในตำนานของพรีเมียร์ลีกเคยมีอยู่โดยประมาณ 3 ครั้งร่วมกันที่กลุ่มนำผู้นำฝูงทิ้งห่างผู้ไล่ล่าในระดับ 10 แต้ม หรือมากยิ่งกว่าแล้วดันทำโทรฟี้แชมป์หลุดมือในตอนปลาย...ซะแบบงั้น

นิวค้างสเซิ่ล ในฤดูกาล 1995-96

แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 1997-98

แล้วก็อาร์เซน่อล ในช่วงฤดูกาล 2002-03

แต่ขอเรียนตามจริงว่า หงส์แดง และก็ฤดูนี้มีความเหี้ยมโหด โรคทางจิต สมบูรณ์แบบ รวมทั้งตายยากเกินกว่าที่จะอนุญาตให้เกิดเหตุการณ์นรกแตกอย่างนั้นอีก

มาตรฐานที่พวกเขาแสดงออกมาให้เห็นนับตั้งแต่ฤดูที่แล้ว รวมทั้งในตอน 12 เกมแรกของฤดูกาลเดี๋ยวนี้ มันสูงมากเกินไปกว่าที่จะไปหวังลมๆแล้งๆว่าพวกเขาจะสะดุดตีนตัวเองลื่นหกล้มพลางเสียท่าทำคะแนนหล่นหายแบบง่ายๆเป็นจำนวนหลายๆครั้งติดต่อกัน

ผมยังไม่เห็นหนทางที่มันจะเป็นเช่นนั้นเลย

กรีดก้นสาบาน !!!

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะโยนความหวาดหวั่นทิ้งไป โดยคิดแผนให้ลูกทีมชิงจังหวะเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที ด้วยหวังที่จะบุกมาเหยียบจมูก ลิเวอร์พูล ให้ได้ถึงถิ่น

ถามคำถามว่าเพราะเหตุใด?

คำตอบคือสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป

ย้อนกลับไปในเกมระหว่าง หงส์แดง กับ แมนฯ ซิตี้ ที่ แอนฟิลด์ เมื่อฤดูที่แล้ว

ณ จุดนั้นแต้มทั้งคู่เสมอกันพอดิบพอดีเลยครับ โดยที่ทีมเรือใบเหนือกว่าแค่ผลต่างประตูได้-เสีย

ซีซั่นที่แล้วทั้งสองเจอกันในเกมที่ 8 ของฤดู โดย แมนฯ ซิตี้ ชนะ 6 เสมอ 1 ในตอนที่ หงส์แดง ก็ชนะ 6 เสมอ 1 ด้วยเหมือนกัน

เมื่อต้องออกมาเยี่ยม แอนฟิลด์ ผู้จัดการทีมของกลุ่มเรือใบสีฟ้าจึงเลือกที่จะเล่นแบบเพลย์เซฟ เนื่องจากการควักผลเสมอกลับออกมาจากบ้านของลิเวอร์พูลใช่เรื่องเสียหาย แถมบทเรียนที่ได้รับจากฤดูกาลก่อนหน้าว่าการเปิดเกมรุก หรือเล่นตามสไตล์ถนัดของตน มันจะไปเข้าทางวิธีการเล่นแบบ "เฮฟวี่ เมทั่ล" ของ หงส์แดง เสียเปล่าๆ

ผลเสมอ (แบบเกือบชนะ) จึงถือว่าถูกใจในระดับหนึ่ง

แต่ฤดูกาลนี้ ภายหลังจากผ่านไป 11 นัด แมนฯ ซิตี้ ถูกคู่เล่นอันตรายอย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างถึง 6 แต้ม

ถ้าเกิดยังคงเล่นด้วยความรัดกุมรวมทั้งระแวดระวังอย่างควรหนักดังเดิมพลางพึงพอใจในผลเสมอที่ได้รับ ระยะห่างข้างหลังจบเกมนี้ก็จะเท่าเดิมเป็น 6 แต้ม แม้ว่าจะยังเหลืออีก 27 เกม แต่สามารถตีความหมายได้ 2 อย่าง

1. จำต้องภาวนาให้ หงส์แดง ทำสกอร์ตกหล่นเยอะๆ

2. ตัวเองก็จะต้องพุ่งเข้าชนชัยชนะให้ได้มากที่สุดแบบห้ามพลาด

ไม่เพียงแค่นั้นอีกทั้ง 2 อย่างต้องการเสพสังวาสกันอย่างเมามันนั่นแหละ แมนฯ ซิตี้ ถึงจะคุ้มครองปกป้องแชมป์พรีเมียร์ลีกของตนเองได้เสร็จ

ดังด้วยเหตุนั้นในเมื่อคุณได้โอกาสตัดแต้มด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เลยเลือกวิธีนี้ หากแม้จะทราบว่าเสี่ยงเทียบเท่าการลงไปว่ายเล่นกับจระเข้ที่ฟาร์มจระเข้ จังหวัดสมุทรปราการก็ตาม

ปัญหาของ แมนฯ ซิตี้ คือความไม่ค่อยบริบูรณ์ของตัวผู้เล่น

กองหลังไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คคนสำคัญอย่าง เอเมอริค ลาปอร์กต์ ที่เจ็บ แล้วก็ แว็งซองต์ กองปานี ที่ลากลับบ้านไปแล้ว ส่วนไอ้ที่มีอยู่ก็เชื่อใจไม่ค่อยจะได้จนกระทั่งจะต้องขยับมิดฟิลด์ตัวรับอย่าง แฟร์นานดินโญ่ ลงมาสวมบทเซ็นเตอร์แบ็คจำเป็นจะต้อง

ดินแดนกึ่งกลางก็ขาดผู้เล่นที่มีความชำนาญสูงอย่าง ดาบิด สิลบา

ทั้งยังจำเป็นต้องมาไม่มีนายทวารมือหนึ่งอย่าง เอแดร์แอบซ่อน ที่ดันเจ็บก่อนเกมเพียงแค่ไม่กี่วัน

ในเวลาที่ หงส์แดง มีความพร้อมมากกว่า โดยขาดเพียงแค่ โฌแอล มาติป เพียงคนเดียว

นอกเหนือจากนั้นสถิติการเซิ้งแข้งกันที่ แอนฟิลด์ ก็บอกว่านี่มันงูเหลือมกับเชือกกล้วยชัดๆด้วยเหตุว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าถิ่นมักได้รับผลจากการแข่งขันที่ดียิ่งกว่าเสมอ

แต่ว่าเพียงแค่ขั้นตอนเดียวที่จะช่วยลดช่องว่างได้อย่างรวดเร็วและก็รวบรัดที่สุดเป็น แมนฯ ซิตี้ จะต้องบุกชนะเท่านั้น พวกเขาก็เลยต้องเสี่ยงเปิดเกมรุกบุกรัวเข้าใส่เจ้าถิ่นแทบเมื่อเริ่มเกม

จุดเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเร็ว และก็ครั้งคราวมันอาจรวดเร็วเหลือเกินหน่อย

เมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำแฮนด์บอลในจุดโทษ

ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ปล่อยให้เกมเดินต่อไป โดยมองว่าไม่เจตนา

VAR ก็เหมือนกันที่ไม่ยินยอมเรียกจังหวะนี้กลับมา "รีเช็ค" อีกที

แน่นอนว่ามันคงไม่วุ่นวายขายปลาช่อนขนาดนี้ หากในจังหวะสม่ำเสมอ หงส์แดง ทำแต้มขึ้นนำมิได้

คล้ายกับเหตุกังขาที่เกิดขึ้นในศึกแดงเดือดนั่นแหละนะครับ ผู้ตัดสินเห็นว่า วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ไม่ได้ทำฟาวล์ ดิว็อค โอริกี้ ก็เลยปล่อยให้เกมก้าวเดินต่อไปจนมีการทำประตูขึ้นในจังหวะตลอด

ต่างกันตรงที่เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูแล้วจึงมีการหยุดเกม เพื่อเรียกมอง VAR

ก่อนที่ VAR จะรับรองว่าจังหวะนั้นไม่ใช่การฟาวล์ ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมท้วงสายตาของเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่า

วิธีการทำแฮนด์บอลของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ มันก็อาจจะท้วงสายตาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แล้วก็แฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ รวมถึงสโมสรคนชังหงส์แดงเช่นเดียวกัน

พรีเมียร์ลีกแถลงถึงปัจจัยที่พูดว่าทำไมท่านตุลาการสนามถึงไม่เป่าให้ แมนฯ ซิตี้ ได้จุดลูกโทษในจังหวะนั้นว่าเป็นเพราะเหตุว่าเจ้าหนูราชสีห์นักเตะของหงส์แดงมิได้เจตนาทำแฮนด์บอล ส่วนแขนที่กางออกมาก็มิได้ผิดธรรมชาติ มิได้ทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้น จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะเป็นจุดลูกโทษ

อนึ่ง แต่ว่าผมดูยังไงก็กางออกมาแบบผิดธรรมชาติว่ะ

เพียงสิ่งที่มันสำคัญยิ่งกว่า เป็นก่อนที่จะบอลจะพุ่งไปโดนมือของ เทรนต์ เอ-เอ มันเสมือนจะแฉลบออกมาจากแขนของ แบร์ท้องนาโด้ ซิลวา หรือเอาง่ายๆว่าเกิดการแฉลบของลูกฟุตบอลโดยมีผู้เล่นของ แมนฯ ซิตี้ ทำแฮนด์บอลก่อนนั่นแหละ

VAR ก็มิได้เรียกกลับมาเพื่อพินิจพิเคราะห์ใหม่ซะด้วย ซึ่งเรื่องจริง หากเรียกมาดูหน่อยทำแบบขอไปทีก็อาจไม่เสียหายหรือเสียเวล่ำเวลาอะไรล้นหลาม มิหนำมันจะสะสางกว่าด้วย และก็หลังจากนั้นจึงค่อยการันตีคำพิพากษาเดิมว่าเป็นประตูนำของ หงส์แดง ซะก็หมดเรื่อง

ผมว่า ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ไม่ได้เจตนาเข้าข้าง ลิเวอร์พูล หรอกนะครับ คุณพี่เขาอาจมองไม่ทันว่า กางร์ท้องนาโด้ ซิลบา ทำแฮนด์บอลก่อน หรือบางทีอาจมองเห็นอยู่แล้วว่าแฮนด์บอลก่อน เพียงมันเป็นจังหวะตลอดที่เกิดขึ้นอย่างเร็วมากมาย เมื่อตัดสินใจได้ว่าไม่ผิดกติกาก็เลยปลดปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป โดยไม่เข้าไปขัดจังหวะ

สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ฟาบินโญ่ ดันมาตะบันลูกหงส์จับยัดเข้าไปตุงตาข่ายในจังหวะต่อเนื่องนั่นแหละ

ต่อเมื่อ ลิเวอร์พูล ชิงจังหวะขึ้นนำก่อนในวงเล็บว่า (อย่างเร็ว) แถวบ้านเรียก "เข้าทาง" นะครับ

เพราะเหตุว่าแนวทางการเล่นของกลุ่มสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ยิ่งจะไปเข้าทางคู่ปรปักษ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโน่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าทำไม ลิเวอร์พูล ถึงนำห่างเป็น 2-0 อย่างเร็ว

นำ 2-0 และจากนั้นก็ยิ่งเล่นง่ายยิ่งกว่าเดิมอีก ด้วยการตั้งเกมรับให้เหนียวแน่นแล้วหาจังหวะสวนไปเรื่อยๆซึ่งรูปเกมของ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ด้อยกว่าอะไรมากมายซะด้วย พวกเขาไม่ถูกผู้มาเยือนบุกกดดันจนถึงโงหัวไม่ขึ้น แถมยังครอบครองบอลทำเกมรุกบุกตอบโต้ได้เป็นระยะอีกต่างหาก

นี่ขนาดเล่นเกมรับได้ดี ปราศจากความผิดพลาดแล้วครับผม แมนฯ ซิตี้ ก็ยังอุตส่าห์หาจังหวะเข้าทำแต้มได้มากกว่า 10 ครั้ง เพียงแค่ดันใช้จังหวะเปลืองจนกระทั่งทิ้งโอกาสได้ไปล้นหลาม

เมื่อถูกนำห่าง 3-0 ทั้งหมดทุกอย่างก็จบ

หงส์แดง ทำอะไรดีแล้วไปหมด ผิดกับ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำอะไรไม่ถนัดมีแม้กระนั้นติดๆขัดๆแม้กระทั้งโชคก็ไม่ยอมเข้าข้าง

ในมุมมองของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม หงส์แดง เหมาะสมเป็นผู้ชนะมากยิ่งกว่าอยู่แล้ว

ผู้ร่วมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีความเฉียบคมรวมทั้งเด็ดขาดมากกว่า อุดมด้วยประสิทธิ์ภาพมากกว่าทั้งยังในเกมรุกรวมทั้งเกมรับ

คุณภาพของเกมก็สูง อัตราความมึนเมามันระดับ 80 ตีนถีบ

แต่

มันก็อดเสียดายไม่ได้ด้วยเหมือนกันที่ดันเกิดเหตุกาณ์คาดไม่ถึงอันกลายเป็นจุดแปลงสำคัญขึ้นเสียก่อน

มิเช่นนั้นพวกเราน่าจะได้มองเห็นการห้ำหั่นกันด้วยเหลี่ยมอุบายและก็วิธีการอย่างถึงกึ๋นมากยิ่งกว่านี้

แหม่...มันน่าเสียดายอยู่เรื่องเดียวจริงๆ

การยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ แมนฯ ซิตี้ โดยทำให้พวกเขาอย่างสิ้นภาวะอย่างงี้แสดงให้เห็นแจ้งชัดว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้พัฒนาประสิทธิภาพพลางยกฐานะตัวเองขึ้นเป็นโคตรทีมที่ไร้เทียมทานไปแล้วนะครับ

เกมรับเหนียวแน่นและก็หนักแน่น แม้ว่าจะเสียประตูดูเหมือนจะทุกนัดหมาย แต่ว่าเกมรุกที่ดุดันแล้วก็เปี่ยมประสิทธิ์ภาพก็ช่วยทำให้พวกเขาเอาชนะคู่แข่งขันได้ตลอด

มิซ้ำยังตายยากยิ่งกว่า "เจสัน" อีกทั้ง 10 ภาค

เรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีก...ไม่ต้องเอ๋ยถึงแล้วครับผม มาถึงขั้นนร้แล้ว ไม่ต้องถ่อมตน ไม่ต้องกลัว และไม่จะต้องหลอนอะไรแล้วล่ะ

กล่าวว่าไม่พลาดก็ไม่พลาดซี่ย์ย์ย์

เนื่องจากด้วยความสม่ำเสมอรวมทั้งคงเส้นคงวาที่ "เครื่องจักรสีแดงผู้ถือตัว" แสดงออกมาให้มองเห็น รวมทั้งเหตุการณ์ที่เหนือกว่าซะขนาดนี้ ผมมองหาเหตุผลที่พูดว่าพวกพี่ๆเขาจะพลาดไม่เจอจริงๆ

สำหรับแฟนบอลโดยธรรมดาที่ไม่จัดอยู่ในประเภทเด็กหงส์ โปรดทำใจ และก็เลิกกลัวได้แล้วขอรับว่า ลิเวอร์พูล จะคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก

เพราะเหตุว่าช่วงนี้สิ่งที่พวกคุณควรกลัวมากกว่า และภาวนาว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นเลย

คือการเป็นแชมป์แบบไม่มีพ่ายของ หงส์แดง ต่างหาก

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 50 เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก2019 เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2019 เว็บพนันบอล ถูกกฎหมาย เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 bet